บุหรี่กับมะเร็งปอด น่ากลัวกว่าที่คุณคิด
        บุหรี่กับมะเร็งดูเหมือนเป็นของคู่กันที่แยกไม่ออก เกือบทุกคนต่างก็รู้ดีว่า การ
สูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปอด แต่คนไทยกว่า 10 ล้านคนก็ยังสูบบุหรี่ต่อไป
เมื่อถามนักสูบบุหรี่หลายๆ คนว่าไม่กลัวเป็นมะเร็งหรือ ก็มักจะได้คำตอบว่า สูบมา
ตั้งนานแล้วไม่เห็นเป็นสักที หรือไม่ก็ สูบแค่วันละมวนสองมวนไม่เป็นหรอก ศาสตรา
จารย์นายแพทย์ธีระ ลิ่มศิลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นผู้คลุกคลีกับผู้
ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด ได้ให้ทัศนะว่า“มะเร็ง ปอดเป็นโรคที่น่ากลัวมาก ทั้งสำหรับ
แพทย์เองและผู้ป่วย เพราะในระยะแรกของโรคอาจไม่มีอาการ เมื่อมีอาการชัดเจน
ก็มักจะอยู่ในระยะอันตรายที่ไม่อาจรักษาให้หายได้”
อาการดังกล่าวนั้นมีได้มากมาย เช่น
    1.ไอมาก หรือหอบเหนื่อยเพราะการสูญเสียเนื้อปอด หรือเพราะน้ำท่วมปอด
    2.เสียงแหบ เพราะประสาทเลี้ยงกล่องเสียงถูกทำลาย
    3.น้ำหนักลดมาก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร เพราะพิษมะเร็ง
   4.เจ็บปวดที่ผนังอกหรือกระดูก
เพราะมะเร็งแพร่กระจายไป
   5.เป็นอัมพาตเดินไม่ได้ ถ่ายปัสสาวะ อุจจาระเองไม่ได้ เพราะมะเร็งแพร่กระ
        จายไปยังสมองหรือไขสันหลัง
        ใน ระหว่างปี พ.ศ.2510-2532 ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระ ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นมะเร็งปอดและการสูบบุหรี่ในผู้ป่วยโรค มะเร็งปอด ซึ่งผลการศึกษายืนยันได้ชัดเจนว่า ผู้ชายที่เป็นมะเร็งปอดเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ถึงร้อยละ 92 และในกลุ่มนี้เป็นประเภทสูบจัดถึงร้อยละ 91ขณะที่มะเร็งปอดในผู้ป่วย
หญิงมีส่วนสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ร้อยละ 27 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น มักจะเป็นมะเร็งปอดชนิดร้าย คือ แพร่กระจายเร็วในระยะเวลาอันสั้น ที่สำคัญมักจะเป็นในช่วงอายุระหว่าง 50-60 ปี (ร้อยละ 44 ของผู้ป่วยทั้งหมด) ซึ่งเป็นระยะที่ชีวิตกำลังเจริญก้าวหน้า เป็นที่พึ่งหลักของครอบครัว และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ถ้าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับท่านผู้ใด ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ดูเหมือนคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้ คือ ผู้เป็นมะเร็งปอดมีโอกาสหายมากน้อยเพียงใด
         
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ได้กล่าวว่า มะเร็งปอดเป็นโรคที่รักษายาก และยังมีโอกาสหายจากโรคได้น้อย นายแพทย์แกรห์ม แห่งสหรัฐอเมริกา ทำการผ่าตัด ตัดปอดที่เป็นมะเร็งปอดออกได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2476 (ค.ศ.1933) การแพทย์ปัจจุบันถือว่าการ ผ่าตัดเป็นวิธี
หลักที่จะช่วยรักษามะเร็งปอดให้หายได้ แต่ผู้ป่วยมักมาถึงแพทย์เมื่อเป็นมากเสียแล้ว ทำให้อัตราการตัดมะเร็งออกได้อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในบรรดาผู้ป่วยมะเร็งปอด
ที่ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระได้ทำการศึกษาไว้ในระยะ 20 ปีเศษที่ผ่านมา จำนวน 3,050 ราย มีอัตราการตัดมะเร็งออกได้นั้น เฉลี่ยเพียงร้อยละ 8.2 ยิ่งกว่านั้น ผู้ป่วยกลุ่มที่ตัดมะเร็งออกได้ มีโอกาสหายหรือมีชีวิตอีกได้เกิน 5 ปีเพียงร้อยละ 26 (หรทอประมาณร้อยละ 23-50 ตามระยะมากน้อยของโรค) โดยต้องให้ยา
รักษามะเร็งเสริมตามความจำเป็นด้วย ส่วนผู้ที่เป็นมากเลย ระยะผ่าตัดได้ และมีความทุกข์ทรมาน ส่วนหนึ่งแพทย์อาจช่วยบรรเทาและอาจช่วยยืดชีวิตด้วยยาได้ แต่ต้องลงทุนค่ายารักษาที่สูงมาก สำหรับเศรษฐกิจเมืองไทย คือ กว่าจะให้การรักษาครบบริบูรณ์จะต้องใช้เงินรายละประมาณเกือบแสนบาท โอกาสที่จะได้ผล
ประมาณร้อยละ 54 เท่านั้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสยืด ชีวิตเกิน 1 ปีได้ประมาณร้อยละ 85 อยู่ได้นานกว่า 2 ปี ร้อยละ 32 และเวลานี้มีผู้มีชีวิตได้นานกว่า 3 ปีเพียง
ร้อยละ 4 เท่านั้น แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ไม่ได้รักษาหรือรักษาไม่ได้จะไม่มีโอกาสอยู่ได้ถึง 1 ปีเลย บุหรี่กับมะเร็งปอดจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าที่หลายๆ คนคาดคิด
 http://www.doctor.or.th/node/4791



  Home         Site Map

 

Copyright @ 2010 Research Division, National Cancer Institute, Bangkok Thailand. Designed by IT Unit.